วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2556

E-mail

e-Mail   หรือ Electronic Mail   เป็นไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์   รับ-ส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์โดยผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) ไปยังผู้รับที่อาจจะอยู่ที่ใดก็ได้ในโลก การใช้งานอีเมล์ทำให้เราสามารถติดต่อกับผู้คนทั่วโลกได้ทันที  โดยที่เราสามารถรับและตอบจดหมายกลับได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ทำให้ผู้ใช้งานมีความสะดวกรวดเร็ว   ไม่ต้องเสียเวลารอคอยที่ยาวนานเหมือนกับไปรษณีย์ทั่วไป  การติดต่อโดยใช้ไปรษณีย์ธรรมดาติดต่อภายในประเทศอาจใช้เวลาประมาณ 1-3 วัน ถ้าหากเป็นจดหมายที่ส่งไปยังต่างประเทศ (Air mail) อาจใช้เวลานานเป็นสัปดาห์    e-Mail ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายซึ่งถูกกว่าการใช้โทรศัพท์หรือการส่งจดหมายโดยวิธีปกติที่ใช้กันหลายเท่าตัวโดยทั่วไป  ค่าใช้จ่ายในการส่ง e-Mail ไม่ว่าจะส่งจากแห่งใดในทุกมุมโลกก็ไม่ต่างกัน   ไม่ว่าจดหมายนั้นจะสั้นหรือยาว  จะส่งไปใกล้หรือไกล
     e-Mail  เป็นช่องทางสำหรับการส่งข้อมูลที่ได้รับความนิยมอย่างสูง รูปแบบการใช้งานแตกต่างกันไป  นักเรียน-นักศึกษา นิยมใช้ในการติดต่อสื่อสาร ระหว่างกัน หรือติดต่อ ส่งข้อมูล ข้อความ ขอคำปรึกษาจากอาจารย์ผู้สอน   องค์กรขนาดใหญ่ๆ ก็สามารถติดต่อกับบุคลากร หรือทำธุรกรรมผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและอีเมล์ เป็นต้น

ที่มาของ E-mail Address

     อีเมล์เริ่มใช้กันในปี พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965) โดยใช้ในการส่งข้อมูลระหว่างผู้ใช้ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม ปัจจุบันได้มีการเถียงกันระหว่างเครื่อง SDC's Q32 และ MIT's CTSS ว่าใครเป็นผู้ใช้ระบบอีเมล์เป็นเครื่องแรก
     ต่อมาพัฒนาให้สามารถส่งอีเมล์ข้ามระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ โดยระบบแรก ๆ ได้แก่ ระบบ AUTODIN ซึ่งเป็นระบบเชื่อมโยงข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (ปี พ.ศ. 2509) และ ระบบ SAGE ซึ่งใช้ตรวจจับเครื่องบินทิ้งระเบิด
     ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาร์พาเน็ต (ARPANET) มีส่วนเป็นอย่างมากใน    การพัฒนาอีเมล์ มีการทดลองส่งครั้งแรกในเครือข่ายเมื่อ ปี พ.ศ. 2512 ในปี พ.ศ. 2514  นายเรย์ ทอมลินสัน (Ray Tomlinson) เริ่มใช้เครื่องหมาย @ ในการคั่นระหว่างชื่อผู้ใช้กับชื่อเครื่อง  เขายังเขียนโปรแกรมรับส่ง
อีเมล์ที่ชื่อ SNDMAIL และ READMAIL อาร์พาเน็ต        ทำให้อีเมล์ได้รับความนิยม และอีเมล์ก็ได้กลายเป็นงานหลักของอาร์พาเน็ต
     เมื่อประโยชน์ของอีเมล์เป็นที่รู้จักมากขึ้น ก็มีการคิดค้นระบบอีเมล์ที่ติดต่อโดย            ช่องทางอื่นสำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ใช้เครือข่ายอาร์พาเน็ต เช่นผ่านเครือข่าย UUCP หรือ VNET ก่อนที่มีการพัฒนาอีเมล์ที่ค้นหาเส้นทางในการส่งโดยอัตโนมัติ (auto-routing) การส่งผ่าน       อีเมล์ข้ามจากระบบหนึ่งไปยังอีกระบบจำเป็นต้องระบุเส้นทางการส่งโดยใช้เครื่องหมาย ! คั่นชื่อเครื่องระหว่างทาง วิธีนี้สามารถเชื่อมอีเมล์จาก อาร์พาเน็ต  BITNET NSFNET UUCP เข้าด้วยกัน
     ในช่วงประมาณ พ.ศ. 2520 หน่วยงาน IETF ออกแบบและกำหนดโพรโตคอลใน        การส่งอีเมล์ที่มีชื่อว่า SMTP หรือ Simple Mail Transfer Protocol ปัจจุบันโพรโตคอลนี้ถือเป็นมาตรฐานในการรับส่งอีเมล์บนอินเทอร์เน็ต

     สามารถแบ่งการใช้อีเมล์ตามลักษณะของการให้บริการได้กว้าง ๆ  3 ลักษณะคือ
          1.  อีเมล์สำนักงาน  เป็นบัญชีการใช้บริการรับ/ส่งอีเมล์ที่หน่วยงาน หรือสำนักงานของผู้ใช้เป็นผู้จัดทำและให้บริการ มีจุดเด่นคือ บ่งชี้ถึงหน่วยงานสังกัดของผู้ใช้ เช่น อีเมล์ของบุคลากรในเนคเทค จะอยู่ในรูปของ ชื่อบุคคล @nectec.or.th ทำให้ทราบได้ทันทีว่าบุคคลนั้นๆ อยู่ในหน่วยงานใด
          2.  อีเมล์โดย ISP  ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหลายท่าน คงไม่มีอีเมล์ที่จัดให้บริการโดย            สำนักงาน เนื่องจากความไม่พร้อมของสำนักงานหรือหน่วยงานที่ต้นสังกัด ทางเลือกที่           น่าสนใจก็คือ เมื่อผู้ใช้สมัครเป็นสมาชิกอินเทอร์เน็ตจาก ISP ส่วนมาก ISP ก็จะให้บริการ       อีเมล์ด้วยเสมอ ดังนั้นผู้ใช้จึงสามารถมีอีเมล์ที่ให้บริการโดย ISP เพื่อใช้งานได้เช่นกันอย่างไรก็ตามอีเมล์แบบนี้ มักจะมีจุดอ่อน คือ
               1. ไม่บ่งชี้สถานภาพของบุคคล หรือหน่วยงาน
               2. อายุการใช้บริการไม่ยาวนาน โดยผู้ใช้อินเทอร์เน็ต มักจะซื้อบริการที่ถูกที่สุด         ดังนั้นเมื่อหมดอายุกับ ISP รายหนึ่ง ก็อาจจะเปลี่ยนเป็นอีกราย (ที่ราคาถูกกว่า) ทำให้อีเมล์เดิมถูกยกเลิกไปทันที ซึ่งเป็นภาระในการติดต่อสื่อสารได้
          3.  อีเมล์ที่ให้บริการฟรีทั่วไป  หน่วยงานหรือเว็บไซต์หลายเว็บไซต์ ให้บริการบัญชี         อีเมล์ฟรีสำหรับผู้สนใจทั่วไป ดังนั้นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนมาก จึงเลือกใช้อีเมล์ลักษณะนี้ เนื่องจากสมัครได้ง่าย ฟรี และใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา
โครงสร้างและรูปแบบของชื่ออีเมล์ในเบื้องต้น
       ถ้าใครได้เคยเห็นรูปแบบ และชื่อของอีเมล์มาบ้างแล้ว ลองมาทำความเข้าใจกับ ระบบการตั้งชื่ออีเมล์กันก่อน สมมติว่าใครคนหนึ่ง บอกอีเมล์ของเขามาว่า somchai@hotmail.com (อ่านออกเสียงว่า สมชาย-แอต-ฮอทเมล์ ดอทคอม)เครื่องหมาย @ จะออกเสียงว่า "แอต"ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ใช้คั่นอยู่ระหว่าง ชื่อและ server ของอีเมล์นั้น ๆเสมอ ชื่อของ server  ที่ลงท้ายนี้ อาจจะเปลี่ยนไปได้ตามชื่อของ server ที่เปิดให้บริการอีเมล์นั้น ๆ ด้วยเช่น อาจจะลงท้ายด้วย @yahoo.com @thailand.com @mail.com หรืออะไรก็ได้ ที่มีเปิดให้บริการ
               รูปแบบของ E-mail Address 
               บัญชีชื่อ @ โดเมนเนมของหน่วยงานหรือผู้ให้บริการ 

     เช่น นายสมชาย เป็นพนักงานของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ดังนั้น E-mail  Address ที่สามารถเป็นไปได้ของนายสมชาย คือ somchai@nectec.or.th (ข้อมูลสมมติ)
     นายวินัย เป็นพนักงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังนั้น E-mail  Address ที่สามารถเป็นไปได้ของนายวินัย คือ vinai@ku.ac.th
     การแจ้งอีเมล์ให้กับผู้อื่น มีข้อควรระวังดังนี้
          1.  ระบุตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่ ตัวพิมพ์เล็กให้ชัดเจน เพราะระบบอินเทอร์เน็ต มักจะถือว่าตัวอักษรตัวใหญ่และตัวเล็ก เป็นคนละตัวกัน เช่น Vinai ไม่เหมือนกับ vinai เป็นต้น
          2.  จะต้องระบุให้ครบทั้งชื่อบัญชี เครื่องหมาย @ และโดเมนเนม

ประเภทของอีเมล์
เว็บไซต์ที่ให้บริการฟรีอีเมล์มีอยู่มากมาย แต่ถ้าหากจะแยกประเภทของการใช้งาน สามารถแยกออกได้เป็น 2 แบบดังนี้

E-Mail แบบ POP
เป็น E-Mail อีกชนิดหนึ่ง ที่มีความสะดวกในการใช้งาน มาก เนื่องจากสามารถเช็คเมล์ได้จาก software เช็คเมล์ใดก็ได้ แต่ผู้ใช้จะต้องทำการ setup ใช้งานเอง เช่น การเซ็ทค่า incoming mail server ค่า outgoing mail server และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานอย่างดี สำหรับท่านที่คิดจะมี web site เป็นของตัวเองในโอกาสต่อไป เนื่องจากจะมีการใช้งานเมล์แบบนี้หมด และเมื่อถึงวันนั้นก็คงจะช่วยกัน โกยเงินดอลลาร์เข้าบ้านเรามั่ง ส่วนข้อดีของเมล์แบบนี้ จะสามารถเช็คเมล์ได้รวดเร็ว สะดวก ไม่มีขยะปนมากับเนื้อหาที่สำคัญไม่ต้องเข้ามาที่ web site นี้บ่อยๆ สามารถ insert ไฟล์ได้

ลักษณะของ POP
-  ใช้โปรแกรมเฉพาะ เช่น Eudora หรือ Netscape mail เป็นต้น
-  เครื่องที่ใช้อ่าน E-Mail มักเป็นเครื่องส่วนตัว
-  มีคนนิยมใช้กันเกือบครึ่งโลก
-  บางแห่งยังให้บริการทั้ง telnet, POP และ IMAP
-  Server ที่ให้บริการมักเป็นระบบ UNIX หรือ LINUX

ข้อดี
-  อยู่ในเครื่อง อ่านเมื่อไรก็ได้
-  Offline จึงเร็ว
-  Upload ครั้งเดียว สั่ง Disconnect ได้

ข้อเสีย
                                -  ถ้า Download มาแล้ว จะไม่อยู่ใน server
-  ผู้ให้บริการที่มีชื่อ ดี ๆ มีน้อย
-จำกัดว่าต้อง อ่านกับเครื่องที่ setup ไว้
  
E-Mail แบบ WEB Based
E-Mail แบบ Web based เป็น E-Mail แบบที่เรารู้จักกันเช่น hotmail.com yahoo.com chaiyo.com หรือแม้แต่ thaiall.com ก็ยังเป็น Web based email เพราะผู้ให้บริการพอใจ ที่จะให้บริการมากกว่า POP เนื่องจากการอ่าน หรือส่ง mail ผู้ใช้บริการจะต้องเข้ามายังเว็บของผู้ให้บริการทุกครั้ง ต่างกับ pop ที่ผู้ใช้บริการ สามารถใช้โปรแกรมดูด mail ไปอ่าน โดยไม่ต้องเข้าเว็บของผู้ให้บริการแต่อย่างใด

ลักษณะของ WEB Based
-  เปิด email จากที่ใดก็ได้
-  ใช้ browser ตัวใดก็ได้ เปิดอ่าน mail
-  มีคนนิยมใช้กันเกือบครึ่งโลก
-  เช่น hotmail.com chaiyo.com หรือ thaiall.com ข้อดี

ข้อดี
-  ใช้ browser ตัวใดก็ได้ เปิดอ่าน mail
-  เปิดจากเครื่องใดก็ได้ที่ มีโปรแกรม browser
-  มักมีบริการเสริมหลายอย่างประกอบ เช่นดูด pop ได้

ข้อเสีย
-  ช้าเพราะมีระบบ graphic ใน sponsor มาก
-  บางเว็บที่ให้บริการมีปัญหาภาษาไทย
-มักช้ากว่าการเปิด mail แบบอื่น

ที่มา http://media.rajsima.ac.th/sujittra/unit4_p1.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น